นวัตกรรมหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่น (WIN-Masks: Washable Innovative Nano-Masks) เพื่อป้องกัน COVID-19

19/03/2020

1-(1).jpg

 

WIN-Masks: Washable Innovative Nano-Masks "หน้ากากอนามัยซักได้จากผ้านาโน สู้ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่"
    
โครงการนวัตกรรมหน้ากากผ้านาโนกันไรฝุ่นซักได้ หรือ Washable Innovative Nano-Masks: WIN-Masks ถูกพัฒนาขึ้นจากความร่วมมือของ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และศูนย์ความเป็นเลิศชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) รวมถึงหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีล้านนา สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ และการสนับสนุนด้านเงินทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)    

ที่มาของโครงการ

     เริ่มจากการที่ศิริราชพยาบาล เล็งเห็นถึงปัญหาการระบาดของไวรัสโคโรนาที่แพร่ไปทั่วโลก เมื่อได้ลองคาดการณ์ถึงสถานการณ์ที่แย่ที่สุด (Worst Case Scenario) ก็พบว่า ความขาดแคลนของหน้ากากอนามัยของบุคลากรทางการแพทย์จะเป็นสิ่งแรกที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งมาจากปัจจัยหลักก็คือ การเพิ่มขึ้นของการใช้ในภาคประชาชนเพื่อป้องกันส่วนบุคคลและการนำเข้าหน้ากากอนามัยเป็นไปได้ยาก ทำให้เป็นปัญหาใหญ่ต่อทั้งระบบสาธารณสุข จึงต้องมีการคิดมาตรการที่ชัดเจนเพื่อรับมือถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

     เมื่อพูดถึงสถานการณ์ภาวะปกติ “หน้ากากทางการแพทย์ (Surgical mask)” จะมีปริมาณที่จำเป็นต่อการใช้งานในโรงพยาบาลในมหาลัยแพทย์จำนวน 20 แห่ง ซึ่งยังไม่รวมโรงพยาบาลในเครือกระทรวงสาธารณสุข รวมแล้วประมาณ 2 ล้านชิ้นต่อเดือน ซึ่งเมื่อเกิดภาวการณ์แพร่ระบาดของไวรัส อัตราความต้องการหน้ากากจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องรวมถึงภาคประชาชน จนทำให้เกิดภาวะการณ์ขาดตลาด เนื่องจากการผลิตในประเทศไม่มีทางเพียงพอ อีกทั้ง “หน้ากากประเภท N95 (N95 Mask)” ซึ่งเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับการรับมือผู้ป่วยโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โดยตรงของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งปริมาณการใช้ต่อ 1 โรงพยาบาล ในภาวะปกติมีประมาณ 3,000 ชิ้นต่อเดือน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ปริมาณความต้องการก็จะเพิ่มขึ้นไปเป็น 2-3 เท่าอย่างแน่นอน โดยตัวเลขนี้อ้างอิงจากการใช้งานในโรงพยาบาลศิริราชในปัจจุบันและเมื่อมีการปรึกษาร่วมกับหน่วยงานและแผนกที่เกี่ยวข้อง จึงพบว่า หลายหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์และหน่วยงานเทคโนโลยี ต่างก็มีการพัฒนานวัตกรรมหน้ากากที่ใช้ป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่ก่อนแล้ว ทำให้เกิดการผนึกกำลังขึ้นมา โดยมีศูนย์ความเป็นเลิศชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีล้านนา และศูนย์บริการและวิจัยไรฝุ่นโรงพยาบาลศิริราช ได้ร่วมกันต่อยอดนวัตกรรมผ้ากันไรฝุ่นที่มีอยู่เดิมนี้ จึงเกิดเป็นนวัตกรรมหน้ากากอนามัย WIN-Masks ซึ่งออกมาเป็นคุณสมบัติ 5 ข้อ ดังนี้ 

  1. ประสิทธิภาพการกรองอนุภาคของหน้ากาก (Particle filtration efficiency: PFE) ที่สามารถป้องกันหรือกรองฝุ่นละอองฝอยขนาด 5 ไมครอนได้​

  2. ​สามารถป้องกันการซึมผ่านของละอองฝอยเสมหะ หรือสารคัดหลั่งที่เป็นของเหลว (Fluid resistance) จากภายนอกสู่ผู้สวมใส่ และจากเสมหะผู้สวมใส่สู่ภายนอกได้  

  3. ความกระชับของหน้ากาก (Fit test) สามารถสวมใส่ได้แนบกับใบหน้า ป้องกันอากาศจากภายนอกเข้าได้  

  4. มีการซึมผ่านของอากาศได้ดี (Permeability Test) ทำให้มีการระบายของอากาศได้ดีและไม่ทำให้การหายใจลำบาก 

  5. สามารถซักซ้ำได้โดยไม่สูญเสียคุณสมบัติทั้ง 4 ด้าน 


     โดยเมื่อตัวผลิตภัณฑ์ได้ถูกคิดค้นเสร็จสิ้น และนำไปทดสอบประสิทธิภาพในห้องปฏิบัติการก็สามารถตอบโจทย์ด้านคุณสมบัติได้ทั้งหมด เมื่อได้นำหน้ากาก WIN-Masks มาเปรียบเทียบระหว่างหน้ากากทางการแพทย์ และหน้ากากประเภท N95 จะพบว่า การป้องกันเชื้อไวรัสและฝุ่นละออง PM 2.5 มีประสิทธิภาพดีกว่าหน้ากากทางการแพทย์ธรรมดา แต่ก็ยังด้อยกว่าหน้ากากประเภท N95 ในบางด้าน

2.jpg

หน้ากาก WIN-Masks นี้จะมีโครงสร้าง 3 ชั้น คือ 

  1. ผ้ากันไรฝุ่นศิริราชเคลือบสาร Nano มีคุณสมบัติกันน้ำ และกรองฝุ่นละอองฝอยขนาด 5 ไมครอนได้  

  2. ผ้าไมโครไฟเบอร์ 

  3. ผ้า cotton ผสม ZnO คุณสมบัติดูดซับสารคัดหลั่ง และยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่มาจากผู้ใช้

          ทั้ง 3 ชั้นทำงานร่วมกันจะทำให้สามารถกรองฝุ่นและละอองฝอยจากเสมหะขนาดเล็กระดับ 2.5-5 ไมครอนได้ทั้งหมด และกำลังพัฒนาต่อเพิ่มให้สามารถกรองเชื้อไวรัสขนาด 0.3 ไมครอนให้ได้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงหน้ากากประเภท N95 

3.jpg

การผลิตและการตรวจสอบมาตรฐาน  

   ทางศูนย์ความเป็นเลิศชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) จะสั่งผลิตจากโรงงานที่คัดเลือกแล้วซึ่งมีมาตรฐานได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ทำหน้าที่เป็นหน่วยตรวจสอบมาตรฐาน จะนำไปฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมา โดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ฉายรังสี ลงบนหน้ากากเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าการผลิต WIN-Masks ซึ่งมีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนกว่าเนื่องจากเป็นหน้ากากผ้า โดยเฉพาะขั้นตอนการตัดเย็บซึ่งมีโอกาสปนเปื้อนได้ง่าย จะถูกฆ่าเชื้อทั้งหมดโดยไม่ต้องมีการสัมผัสใด ๆ ทำให้เกิดความปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง ก่อนส่งมอบไปยังผู้ใช้งาน ซึ่งแตกต่างจากการผลิตหน้ากากปกติทั่วไปที่ส่วนใหญ่จะฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV เท่านั้น  

หน้ากากผ้านาโนซักได้

     ด้านการซักล้างและนำกลับมาใช้ใหม่ ปัจจุบันสามารถทำได้มากกว่า 30 ครั้งเมื่อทำตามคำแนะนำ โดยจะไม่เสียคุณสมบัติพื้นฐานด้านการกรองฝุ่นและเชื้อโรค โดยจากการทดลองยังพบอีกว่าประสิทธิภาพของตัวหน้ากากจะสูงขึ้นราว 2% จากการซักทุก ๆ 5 ครั้งอีกด้วย จากคุณสมบัติทั้งหมดที่กล่าวมาสามารถรวมสรุปได้ว่าหน้ากาก WIN-Masks นี้มีมาตรฐานด้านเครื่องมือทางการแพทย์และรองรับสำหรับการนำไปใช้ทางการแพทย์เบื้องต้นรวมถึงกับบุคคลทั่วไปแล้ว

การระดมทุนและการส่งมอบ 

แบ่งออกเป็น 3 เฟส  

ในเฟสแรก ได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทำให้สามารถผลิตได้จำนวน 7,000 ชิ้น โดยทั้งหมดจะส่งมอบภายใต้บรรจุภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ให้กับโรงพยาบาลหลัก ๆ ที่เป็นด่านหน้าในการรับมือสถานการณ์ ภายใน 3 สัปดาห์นับจากตอนนี้  

ในเฟสต่อไป (ปัจจุบัน) ทาง TCELS ได้ตั้งเป้าผลิตจำนวน 100,000 ชิ้น ภายใน 1-2 เดือน และทำการส่งมอบ โดยเรียงลำดับความสำคัญตามความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Priority Setting) 

ซึ่งต้นทุนการผลิตทั้งหมด จะรับเงินสนับสนุนผ่านการระดมทุนรูปแบบคราวด์ฟันดิง ถือเป็นการระดมทุนจากมวลชนประชาชนทั่วไป รวมถึงองค์กรอื่นๆ ก็สามารถสนับสนุนเงินทุนผ่านช่องทางนี้ได้เลย เมื่อระดมทุนสำเร็จจำนวน 5,500,000 บาท (ห้าล้านห้าแสนบาทถ้วน) 

ขั้นตอนต่อไปจะเป็นแจกจ่ายให้กับบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรก 

ในเฟสสุดท้าย จะเป็นการผลิตแบบจำนวนมากตามความต้องการ (On Demand) ให้กับประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นการสั่งซื้อล่วงหน้า ทั้งนี้ทุกความสำเร็จในแผนการณ์ที่จะเกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับผลของการระดมทุนจากมวลชนและกำลังการผลิตของโรงงานที่ผ่านมาตรฐานที่ให้ความร่วมมือ

 

PYAGB0B-(1).jpg

 

>>> คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม <<<



สอบถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ Sinwattana Support Team 
Tel: 02-233-3723 
Email: info@sinwattana.com 
HELP LINE: K. Bhornkanok 061-798-0119, K. Sawita 083-728-5585

 

Page view : 25382